สร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง เริ่มจากไม่มีอะไรจนกระทั่งเปิดตัวเว็บไซต์

สร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง

สร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง

ทุกคนมีไอเดียเป็นของตนเอง ไอเดียที่จะทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นขายสินค้า ทำแอพพลิเคชั่น หรือเขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องที่น่าสนใจที่มันอาจทำเงินให้เราได้ หลังจากคิดไอเดียทำธุรกิจได้ สิ่งแรกที่นึกถึงคือการทำเว็บไซต์เพื่อรองรับธุรกิจนั้น และสิ่งแรกจริงๆ ที่ลงมือทำก็คือการจดโดเมน จองชื่อที่ต้องการไว้ก่อนนั่นเอง

สำหรับหลายคน การมีเว็บไซต์เป็นของตนเองไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันคือการจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อจ้างโปรแกรมเมอร์ หรือแม้กระทั่งหากเลือกที่จะใช้บริการทำเว็บไซต์สำเร็จรูป ก็ยังต้องจ่ายเงินหลักพัน ปัญหาความไม่ยืดหยุ่นของระบบ และนอกจากนั้นยังต้องใช้เวลาเรียนรู้เพื่อทำเว็บไซต์เช่นกัน

คิดไอเดียออกเป็นเรื่องง่าย แต่การเริ่มต้นลงมือทำจริงจังนั้น มีขั้นตอนยุ่งยากมากกว่าที่คิด มันคงจะดีหากเราสามารถทำเว็บไซต์ได้เองโดยที่ไม่ต้องใช้จ่ายเงินมากมาย สละเวลาเพื่อเรียนรู้ทักษะบ้างนิดหน่อย หลังจากนั้นก็จะได้เว็บไซต์ที่ต้องการในเวลาไม่นาน เพื่อทดสอบไอเดียเจ๋งๆ ของเรา

ข่าวดีคือ เราสามารถเรียนรู้ทำเว็บไซต์ได้ภายใน 1 วัน เริ่มต้นจากไม่มีอะไรเลย จนกระทั่งสร้างเว็บไซต์ได้สำเร็จ และเปิดตัวให้คนเข้าชมได้ ในบทความนี้เราจะนำเสนอขั้นตอนสำคัญที่จำเป็นต้องทำ เพื่อสร้างเว็บไซต์ให้สำเร็จ

  1. จองโดเมน (Domain)
  2. เช่าเว็บโฮสต์ (Host)
  3. ติดตั้งระบบจัดการคอนเทนท์ (CMS)
  4. ติดตั้งธีม (Theme)
  5. ติดตั้งปลั๊กอิน (Plugin)
  6. สร้างคอนเทนท์ (Content)

โดเมน (Domain) คืออะไร

หากเปรียบเทียบกับโลกจริง โดเมนเปรียบเสมือนที่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต เช่น Google.com YouTube.com Facebook.com หรือ GrowingBits.com โดเมนช่วยให้เราเข้าถึงคอนเทนท์ของเว็บไซต์ได้

สิ่งแรกที่ทำหลังจากคิดไอเดียออก คือการจองโดเมน หาชื่อที่เกี่ยวข้องกับไอเดียของเรานั่นเอง จากนั้นค่อยออกแบบทำนามบัตร

มีผู้ให้บริการจดโดเมนมากมายให้เลือก เพียงแค่ค้นหาจากคำว่า จดโดเมน ก็จะเจอผลลัพธ์ทั้งที่เป็นของไทยและอินเตอร์ วิธีการเลือกจดโดเมนนั้นต้องเลือกที่เหมาะกับเรา หากไม่ถนัดภาษาอังกฤษก็ควรเลือกจดทะเบียนกับบริษัทในไทย เพื่อให้เราติดต่อสอบถามได้ง่ายๆ หากมีปัญหาเกิดขึ้น หรือหากเราต้องการเปลี่ยนแปลง

แต่หากภาษาไม่ใช่อุปสรรค ก็จะทำให้มีตัวเลือกที่เป็นอินเตอร์อีกเยอะแยะมากมาย เลือกจดกับบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือสูง หรือดูจากคะแนนรีวิว ดูความพึงพอใจของผู้ใช้งาน

รูปด้านล่างจะเป็นตัวอย่างให้เราเลือกได้ คะแนนรีวิวอาจมีความลำเอียงและเป็นเรื่องส่วนตัวบ้าง ก็ต้องค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจเหตุผลของคนรีวิว เราเคยใช้บริการ GoDaddy มานาน ก็พบว่าใช้งานง่ายและไม่มีปัญหาการใช้งานเกิดขึ้น

ในบทความนี้เราจะเลือกใช้ Siteground เพื่ออธิบายวิธีการทำเว็บในขั้นตอนต่อไป หากจดโดเมนกับ Siteground เราจะสามารถซื้อได้ทั้งโดเมนและเว็บโฮสต์ในคราวเดียวกัน ทำให้ง่ายและทำให้เว็บเสร็จเร็วมากขึ้นไปอีก

Bluehost review

Bluehost review

GoDaddy review

GoDaddy review

Siteground review

Siteground review

ขั้นตอนการจดโเมนสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ Siteground.com จากนั้นก็พิมพ์ชื่อโดเมนที่ต้องการ หากโดเมนที่ต้องการไม่ว่าง ก็ต้องเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนจาก .com เป็น .net หรือตัวเลือกอื่นๆ ที่ตรงกับความต้องการ

Wansabai.com

Wansabai.com

จากตัวอย่างเราพยายามจด Bananagarden.com แต่ไม่ว่าง ก็เลยต้องเปลี่ยนเป็นชื่ออื่น เราเลือกชื่อ Wansabai.com

เว็บโฮสต์ (Host) คืออะไร

หากเปรียบเทียบกับโลกจริง เว็บโฮสต์เปรียบเสมือนบ้านบนโลกอินเทอร์เน็ต บ้านที่มีทั้งแบบแชร์ตึกเดียวกันแบบคอนโด หรือบ้านเดี่ยวที่แยกจากกันชัดเจน เว็บโฮสต์ก็มีทั้งแบบ Shared host และ Private host (Dedicated host)

การเลือกบ้านให้กับเว็บไซต์ก็คล้ายกันกับในโลกจริง คอนโดมักจะราคาถูกกว่าบ้านเดี่ยว แต่ก็ต้องเสี่ยงหากต้องอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านที่ไม่ดี หากเว็บของเราอยู่ร่วมกับเว็บของคนอื่นที่ทำตัวไม่ดี เจ้าของเว็บใช้งานผิดประเภท เว็บของเราก็อาจมีปัญหาได้

แต่ข่าวดีคือ ย้ายเว็บโฮสต์เป็นเรื่องง่ายๆ ถ้าไม่ถูกใจก็ย้ายหนีไปหาเจ้าใหม่

คุณภาพของเว็บโฮสต์ที่เราได้ จะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จ่ายไป หากเลือกจ่ายราคาแพง ก็จะทำให้ได้เว็บโฮสต์ที่มีคุณภาพสูง ในแง่ของการประมวลผลและหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ หากจ่ายราคาถูก ก็จะได้รับเว็บโฮสต์ที่ทำงานช้า ติดขัด หรือแม้กระทั่งเว็บล่มไปเลย

จากตัวอย่างด้านล่างเราเริ่มต้นเลือกเว็บโฮสต์ในราคาประมาณปีละ 1500 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เหมาะกับเว็บไซต์เริ่มต้นที่แรกๆ อาจยังไม่มีทราฟฟิก ไม่มีใครเข้ามาดูเลย เว็บโฮสต์ขนาดนี้สามารถรองรับคนเข้าใช้งานเว็บได้หลักพันคนต่อวัน

หากทุกอย่างเป็นไปได้ดี หลังจากที่มีทราฟฟิกเยอะมากๆ เราก็ค่อยอัพเกรด เพิ่มสเปคของเว็บโฮสต์ให้สูงขึ้นไปอีก

Hosting plan

Hosting plan

หลังจากที่เลือกโดเมนได้แล้ว ต่อไปก็ต้องเลือกเว็บโฮสต์สเปค

Siteground payment

Siteground payment

เราเริ่มต้นจาก StartUp จากนั้นก็ไปจ่ายเงินให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจะได้รับอีเมลแจ้งยืนยันว่าเราสามารถใช้งานระบบของ Siteground ได้

Siteground payment

Siteground payment

หนึ่งในอีเมลที่ได้รับจะมีหัวข้อคือ Important Information About Your New Hosting Account ข้างในจะบอกว่า Your New Account is Live! ในนั้นจะมีลิงค์ LAUNCH WIZARD ให้เรากดลิงค์นั้นเพื่อเซ็ทอัพบัญชีของเรา

Launch wizard

Launch wizard

ให้เลือก Don’t need help now จากนั้นกดปุ่ม Confirm ทั้งสองปุ่ม และสุดท้ายกดปุ่ม Complete Setup

Launch wizard

Launch wizard

มาถึงขั้นตอนนี้สิ่งที่เราควรเตรียมไว้คือ ไอดี (อีเมล) และรหัสผ่านของ Siteground ที่ใช้จัดการสร้างเว็บไซต์ในขั้นตอนต่อไป

ระบบจัดการคอนเทนท์ (CMS) คืออะไร

ไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไรในโลกจริง ระบบจัดการคอนเทนท์ หรือเรียกง่ายๆ ว่า CMS ช่วยให้เราสามารถสร้าง แก้ไขและเผยแพร่คอนเทนท์บนเว็บไซต์ได้นั่นเอง คอนเทนท์ทั้งที่เป็นบทความ รูปภาพ วิดีโอ หรือไฟล์ทั่วไป

หลังจากที่เราสร้างคอนเทนท์ใหม่ๆ CMS จะเก็บข้อมูลนั้นลงในฐานข้อมูล ดังนั้น CMS จึงเปรียบเสมือนเป็นตัวเชื่อมระหว่างคนใช้งานระบบกับฐานข้อมูล ให้เราสร้างและเรียกใช้งานข้อมูลได้ง่ายๆ นั่นเอง

CMS มีให้เลือกมากมาย แต่ที่คนนิยมที่สุดมีอยู่เพียง 1 เดียวนั่นคือ WordPress จากการสำรวจพบว่า จากเว็บไซต์ทั้งหมดที่มีอยู่นั้น กว่า 30% สร้างจาก WordPress และในบรรดาเว็บไซต์ทั้งหมดที่ใช้ระบบ CMS พบว่าเว็บไซต์กว่า 60% เลือกใช้งาน WordPress

WordPress market share

WordPress market share

ดังนั้นหากเป็นผู้เริ่มต้น คงไม่มีความต้องการพิเศษอะไร ก็ไม่ต้องคิดมากให้เสียเวลา เพราะ WordPress คือ CMS ที่เราเลือกไว้ให้คุณแล้ว

ขั้นตอนการติดตั้ง WordPress ได้แก่

  1. สร้างฐานข้อมูล
  2. ดาวน์โหลด WordPress
  3. อัพโหลดไฟล์ไปยังเว็บโฮสต์
  4. ติดตั้ง WordPress

สิ่งแรกที่ต้องทำในการติดตั้ง WordPress คือการสร้างฐานข้อมูล โดยการล็อกอินเข้าไประบบเว็บไซต์ของ Siteground จะพบหน้า My Accounts

Siteground my account info

Siteground my account info

คลิกที่ Go to cPanel เพื่อไปยังระบบจัดการ

 Siteground my account details

Siteground my account details

จากนั้นเลื่อนหาเมนู MySQL Database Wizard จะอยู่ในส่วนของ Databases ให้คลิก MySQL Database Wizard เพื่อสร้างฐานข้อมูลสำหรับ WordPress

MySQL database

MySQL database

จากนั้นสร้างฐานข้อมูล MySQL ตั้งชื่อให้กับฐานข้อมูล จากตัวอย่างเราใช้ชื่อ wansabai_wpdb จากนั้นจะให้เราสร้าง User สำหรับใช้งานฐานข้อมูล ใส่ชื่อและรหัสผ่านให้เรียบร้อย

MySQL db user

MySQL db user

สุดท้ายจะให้เรากำหนดสิทธิ์การใช้งานของ User ให้เลือก All Privileges จากนั้นกดปุ่ม Next Step ระบบก็จะสร้างฐานข้อมูลให้เรา เสร็จแล้วให้กลับไปยังหน้า cPanel Home เพื่อเตรียมทำขั้นตอนต่อไป นั่นคือเตรียมติดตั้ง WordPress

MySQL db permissions

MySQL db permissions

WordPress คือแอพพลิเคชั่นที่เราสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี จากว็บไซต์ WordPress.org เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ดาวน์โหลดเอง และไม่ควรใช้ไฟล์จากแหล่งอื่น จะทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีใครเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มไฟล์ใดๆ

 Download WordPress source

Download WordPress source

หลังจากดาวน์โหลดไฟล์ WordPress เสร็จ ก็อันซิปไฟล์ จะเห็นว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 โฟลเดอร์

Extracted WordPress

Extracted WordPress

หลังจากนั้นก็อัพโหลดไฟล์เหล่านี้ไปยังเว็บโฮสต์ โดยใช้แอพพิเคชั่น FileZilla เราสามารถดาวน์โหลด FileZilla Client มาติดตั้งใช้งานได้ฟรี

Download FileZilla

Download FileZilla

แต่ก่อนที่จะอัพโหลดไฟล์ไปยังเว็บโฮสต์ เราต้องเซ็ทอัพ FTP User ให้เรียบร้อยก่อน โดยไปที่ cPanel Home จากนั้นหาคำว่า FTP Accounts ที่อยู่ในส่วนของ Files ให้คลิก FTP Accounts  เพื่อสร้าง User ใหม่

 FTP accounts

FTP accounts

ใส่ชื่อและรหัสผ่านให้เรียบร้อย และให้สังเกตว่า Directory จะมีชื่อของ FTP User ติดมาด้วย ให้เราลบออกไป จนเหลือเพียงแค่ /public_html มันจะทำให้ User สามารถเข้าถึงและมีสิทธิ์ในระดับนี้ได้

ขั้นตอนต่อไปให้เปิดแอพพลิเคชั่น FileZilla จากนั้นใส่ข้อมูล โฮสต์ (Server Hostname เช่น sgp68.siteground.asia) ไอดี และรหัสผ่าน กด Quick Connect เพื่อเชื่อมต่อไปยัง FTP Server

หากพบปัญหาไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ให้กลับไปที่ cPanel ตรวจสอบ FTP User และรหัสผ่าน สังเกตว่าไอดีจะต้องใส่เต็ม นั่นคือจะมีโดเมนด้วย ในตัวอย่างจะเป็น [email protected]

 FTP user log in

FTP user log in

จากนั้นจึงลากไฟล์ WordPress ทั้งหมดไปวางไว้ที่ Directory ของ FTP และรอจนกระทั่งอัพโหลดไฟล์เสร็จ ตรวจสอบความถูกต้องของการอัพโหลด โดยคลิกที่ Failed transfers

หากพบว่ามีไฟล์ไม่สามารถอัพโหลดได้ ก็ให้พยายามลองอัพโหลดไฟล์เหล่านั้นใหม่อีกครั้ง

ให้ลบไฟล์ Default.htm ออกไปด้วย

FTP files uploaded

FTP files uploaded

ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการติดตั้ง WordPress ถึงขั้นตอนนี้ เราสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ได้แล้ว และจะเห็นว่าเว็บไซต์รอให้เราติดตั้ง WordPress

เริ่มต้นจากเลือกภาษาก่อน หากไม่ไม่ปัญหากับภาษาอังกฤษก็กด Continue ข้ามไปได้เลย หากต้องการเปลี่ยนเป็นภาษาไทยก็ให้เลื่อนลงไปดูด้านล่างก็จะเจอ

Install WordPress

Install WordPress

จากนั้นระบบจะแจ้งให้เราเตรียมข้มูลที่จำเป็น ได้แก่ Database User และ Password ส่วน Database Host สามารถใช้ Localhost ได้ ส่วน Table Prefix ก็ให้กำหนดได้ตามที่เราต้องการ ระบบจะเอาไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อตารางที่เก็บข้อมูล ทำให้มันยากขึ้นไปสำหรับคนประสงค์ร้ายที่ต้องการเจาะระบบ

Install WordPress

Install WordPress

จากนั้นกด Run Installation และใส่ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ให้เรียบร้อย เช่น ชื่อเว็บไซต์ ข้อมูล User ที่จะทำหน้าที่จัดการระบบเว็บ และอีเมล

หลังจากนั้นระบบก็พร้อมให้เราล็อกอินเข้าไปจัดการระบบจัดการคอนเทนท์ WordPress ได้

 Install WordPress

Install WordPress

หากเข้าไปดูเว็บไซต์ของเราในตอนนี้ ก็จะพบกับเว็บไซต์รูปแบบมาตรฐาน

 WordPress Frontend default theme

WordPress Frontend default theme

ธีม (Theme) คืออะไร

หลังจากที่ติดตั้ง WordPress เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการปรับแต่งหน้าตาของเว็บไซต์ให้เหมาะกับไอเดียสุดเจ๋งของเรา หวังว่าการติดตั้ง WordPress จะใช้เวลาไม่นานจนทำให้ลืมเป้าหมายสำคัญของเราไป

WordPress มีธีมให้เราเลือกใช้ได้ฟรี และนอกจากนั้นก็ยังมีเว็บไซต์หลายแห่งที่เราสามารถดาวน์โหลดหรือซื้อธีม WordPress ได้ ตัวอย่างเช่น Themeforest ที่ให้เราเลือกซื้อธีมได้เยอะแยะมากมาย จนอาจทำให้เว็บไซต์ไม่เสร็จภายใน 1 วันอย่างที่ตั้งใจไว้  เพราะใช้เวลาหมดไปกับการเลือกธีม

Choose Themeforest

Choose Themeforest

หลังจากเลือกและซื้อธีมเสร็จ ให้ดาวน์โหลดธีมมาเก็บไว้ จากนั้นอันซิปไฟล์ธีม จะเห็นว่ามีไฟล์ Zip ชื่อเดียวกันกับชื่อธีม เราจะใช้ไฟล์นี้เพื่ออัพโหลดไปยัง WordPress

Themeforest folder

Themeforest folder

ให้ล็อกอินเข้าไปที่ WordPress Backend ก่อน ตัวอย่างของเราคือ http://wansabai.com/wp-admin จากนั้นใส่ข้อมูล User และ Password ให้เรียบร้อย

หลังจากล็อกอินสำเร็จ ให้เข้าไปยังเมูนู Appearance/Themes

WordPress Add theme

WordPress Add theme

จากนั้นกดปุ่ม Add New และ Upload Theme ตามลำดับ

WordPress upload theme file

WordPress upload theme file

เลือกไฟล์ธีมที่เราอันซิปไว้ จากนั้นกด Install Now ระบบจะอัพโหลดธีมไปที่เว็บโฮสต์เพื่อเตรียมติดตั้ง หลังจากติดตั้งเสร็จให้เราคลิก Activate เพื่อเริ่มใช้งานธีมใหม่

WordPress theme installed

WordPress theme installed

กลับไปที่หน้า Front-end แล้วกด Refresh ก็จะพบว่ารูปแบบของเว็บเปลี่ยนไปแล้ว

WordPress updated frontend page

WordPress updated frontend page

โดยทั่วไปธีมมักจะมาพร้อมกับ Demo ที่ช่วยให้เราเริ่มต้นทำเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น โดยการ Import file demo เช่น Page Post หรือรูปภาพ

WordPress import demo file

WordPress import demo file

แต่ละธีมจะมีขั้นตอนที่ช่วย Import file demo ไม่เหมือนกัน เราสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ไฟล์ Documentation ที่คนสร้างธีมเตรียมไว้ให้เรา

หลังจาก Import demo file เสร็จแล้ว ลองกลับไปดูเว็บ Front-end อีกครั้ง

ปลั๊กอิน (Plugin) คืออะไร

หากเปรียบเทียบกับโลกจริง ถ้า WordPress คือรถยนต์ ปลั๊กอินก็เปรียบเสมือนอุปกรณ์แต่งรถ อุปกรณ์อะไหล่ซิ่งก็อาจทำให้เพิ่มสมรรถนะของรถให้เหมือนรถแข่ง หรืออุปกรณ์ที่ทำให้ขับประหยัด

หลังจากที่เลือกและติดตั้งธีมให้กับเว็บไซต์แล้ว จากนั้นเราจะต้องการปลั๊กอิน เพื่อช่วยงานหลายๆ อย่าง บางธีมโดยเฉพาะที่เราซื้อมา มันจะบังคับให้ติดตั้งปลั๊กอินที่จำเป็นก่อน เช่น ปลั๊กอินที่เกี่ยวกับร้านขายของ (WooCommerce) ปลั๊กอินที่เอาไว้ทำสไลเดอร์ (LayerSlider WP) หรือเจ็ทแพค (Jetpack by WordPress.com) โดยทั่วไปเวลาแจ้งให้ติดตั้ง มันจะมีลิงค์ให้กดเพื่อติดตั้งได้เลย

ส่วนปลั๊กอินที่เราตั้งใจติดตั้งเพิ่มเอง เช่น ปลั๊กอิน Yoast SEO เราสามารถทำได้โดยเข้าไปที่เมนู Plugins/Add New

จากนั้นค้นหาชื่อปลั๊กอิน Yoast SEO แล้วกด Install Now และตามด้วย Activate เพื่อเปิดใช้งานปลั๊กอิน

Add new plugin yoast seo

Add new plugin yoast seo

มาถึงขั้นตอนนี้ ก็เกือบพร้อมที่จะเปิดตัวใช้งานเว็บไซต์ได้แล้ว สิ่งที่เหลือคือการทำคอนเทนท์ แต่ละคนอาจมีความต้องการไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องการแค่เว็บไซต์สำหรับเขียนบล็อกส่วนตัว บางคนอาจต้องการร้านค้าที่สามารถเปิดขายของและให้ลูกค้าชำระเงินได้

ในบทความนี้จะจบลงแค่การสร้างคอนเทนท์ หากต้องการเรียนรู้การทำร้านขายของ ต้องรอติดตามอ่านจากบทความใหม่ที่เราจะเน้นอธิบายการทำเว็บไซต์แบบร้านขายของโดยเฉพาะ

เริ่มสร้างคอนเทนท์ (Content)

คอนเทนท์หลักๆ ที่เป็นแบบบทความจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ นั่นคือ Page และ Post

เพจ (Page) คืออะไร มันคือคอนเทนท์ที่เราสามารถจัดการโครงสร้างให้มีลำดับชั้นได้ นั่นคือเราสามารถสร้างคอนเทนท์ใหม่ให้อยู่ภายใต้คอนเทนท์ที่มีอยู่แล้วได้

โพสต์ (Post) คืออะไร มันคือคอนเทนท์ที่ไม่มีโครงสร้างลำดับชั้นแบบ Page แต่ละโพสต์จะแยกจากกัน นั่นคือเราไม่สามารถสร้างโพสต์ให้อยู่ภายใต้โพสต์อื่นๆ ได้

อย่าเพิ่งคิดว่าโพสต์เป็นคอนเทนท์ที่ไม่ควรเลือก เพราะการจัดโครงสร้างไม่ได้มีแค่แบบเดียว WordPress อนุญาตให้เราจัดโครงสร้างของคอนเทนท์ได้ โดยใช้แนวคิดของ Category และ Tag

Category เป็นการจัดระเบียบ จัดหมวดหมู่คอนเทนท์แบบโครงสร้างลำดับชั้น สามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันแบบ Parent-child ได้ ต่างจาก Tag ที่ไม่มีโครงสร้าง นั่นทำให้แต่ละ Tag ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างกัน

ส่วน Tag จะใช้สำหรับการบอกรายละเอียดของสินค้า ฟังก์ชั่นหรือคุณสมบัติของนาฬิกา ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้อง แต่อาจจะยากที่จะจัดให้แต่ละอย่างให้มีความสัมพันธ์กัน ตัวอย่างของ Tag เช่น นาฬิกาปลุก นาฬิกาจับเวลา กันน้ำ กันกระแทก เข็มทิศ GPS

เราจะเขียนคอนเทนท์แบบเพจในกรณีที่เป็น Static หรือคอนเทนท์ที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย เช่น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา

WordPress page

WordPress page

เราจะเขียนคอนเทนท์แบบโพสต์ในกรณีที่เป็น Dynamic หรือคอนเทนท์ที่มีการเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ เช่น ข่าว รีวิว หรือบทความของบล็อก

WordPress post

WordPress post

ไม่ว่าจะเขียนบทความ ทำคอนเทนท์แบบเพจหรือโพสต์ WordPress ให้เราแทรกรูปภาพในบทความได้ โดยกดปุ่ม Add Media แล้วเลือกรูปภาพที่ต้องการ หรือเลือกอัพโหลดจากคอมพิวเตอร์ของเรา

WordPress add media

WordPress add media

หลังจากพิมพ์คอนเทนท์เสร็จ ก็กดปุ่ม Preview เพื่อดูผลลัพธ์ได้เลย กดปุ่ม Save Draft หากต้องการบันทึกบทความไว้ก่อน แต่ยังไม่อยากเผยแพร่ทันที

WordPress preview post

WordPress preview post

เมื่อทุกอย่างพร้อมจากนั้นก็กดปุ่ม Publish ได้เลย

ติดตั้งเว็บไซต์เสร็จแล้ว (All done!)

การเริ่มต้นทำเว็บไซต์ การลงทุนเริ่มต้นลงมือทำ มันจะเป็นแรงผลักดัน เป็นแรงกระตุ้นให้เราทำงานอื่นต่อไปได้เป็นอย่างดี และสุดท้ายมันจะทำให้เราทำงานสำเร็จลุล่วงได้ ไม่ว่าไอเดียเจ๋งๆ ในการทำธุรกิจนั้นจะเกี่ยวข้องกับอะไรก็ตาม

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง สำหรับคนที่สร้างเว็บเสร็จแล้ว จะดีมากหากกลับมาเล่าประสบการณ์การทำเว็บไซต์ด้วยตนเอง หรือเอาเว็บไซต์มาอวดกันได้

Sharing is caring!

Posted

  • On August 19, 2018

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *